สัญญาเซ้ง vs สัญญาเช่า ต่างกันอย่างไร ต้องระวังอะไร
สัญญาเซ้งกับสัญญาเช่าคนละตัวกัน ผู้รับเซ้งต้องเซ็นอะไรบ้าง จุดเสี่ยงที่ทำให้เสียเงินฟรี และข้อควรระวังก่อนลงชื่อ
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ทำให้คนเสียเงินฟรีคือการคิดว่า "จ่ายค่าเซ้งแล้วจบ" ความจริงการเซ้งเกี่ยวข้องกับเอกสารหลายฉบับ และจุดเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ที่ความสัมพันธ์กับเจ้าของอาคาร ไม่ใช่แค่กับเจ้าของเดิม
สองสัญญาที่ต้องแยกให้ออก
สัญญาเซ้ง (ระหว่างผู้เซ้งกับผู้รับเซ้ง) คือข้อตกลงส่งต่อกิจการและของ พร้อมจำนวนค่าเซ้ง ส่วนสัญญาเช่า (ระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของอาคาร) คือสิทธิที่จะอยู่ในพื้นที่ ผู้รับเซ้งต้องได้ทั้งสองอย่าง ถ้าได้แค่สัญญาเซ้งแต่เจ้าของอาคารไม่ยอมให้เช่าต่อ เท่ากับจ่ายเงินฟรี
จุดเสี่ยงที่พบบ่อย
- เจ้าของอาคารไม่ยินยอมให้โอนสิทธิเช่า แต่ผู้เซ้งไม่บอก
- สัญญาเช่าเดิมใกล้หมดอายุ และไม่มีการรับประกันการต่อสัญญา
- ค่าเช่าจะถูกปรับขึ้นทันทีเมื่อเปลี่ยนผู้เช่า
- มีหนี้ค้างค่าเช่าหรือค่าน้ำไฟที่ตกมาถึงผู้รับเซ้ง
- ข้อห้ามในสัญญาเช่า เช่น ห้ามทำครัว ห้ามต่อเติม ที่ขัดกับแผนของเรา
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือทำสัญญาเช่าใหม่กับเจ้าของอาคารในชื่อผู้รับเซ้งโดยตรง แล้วจึงจ่ายค่าเซ้งให้เจ้าของเดิม
ควรระบุอะไรในสัญญาเซ้ง
- จำนวนค่าเซ้ง วิธีและงวดการชำระ พร้อมเงื่อนไขคืนเงินหากดีลล่ม
- รายการทรัพย์สิน อุปกรณ์ และสต็อกที่ส่งมอบ (ทำบัญชีแนบท้าย)
- การส่งมอบเพจ ฐานลูกค้า สูตร และการสอนงาน (ถ้ามี)
- ความรับผิดชอบเรื่องหนี้เดิม ให้เป็นของเจ้าของเดิมจนถึงวันส่งมอบ
- เงื่อนไขว่าดีลจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเจ้าของอาคารยินยอมให้เช่าต่อ
ถ้าดีลมูลค่าสูงหรือเป็นกิจการที่มีใบอนุญาต แนะนำให้ทนายหรือผู้รู้ช่วยตรวจสัญญาก่อนเซ็น และอ่านเพิ่มได้ที่เช็กลิสต์ก่อนรับเซ้ง
คำถามที่พบบ่อย
จ่ายค่าเซ้งแล้วเจ้าของอาคารไล่ออกได้ไหม
ได้ ถ้าคุณไม่มีสัญญาเช่าที่ถูกต้องในชื่อตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ต้องได้รับความยินยอมและทำสัญญาเช่ากับเจ้าของอาคารก่อนจ่ายค่าเซ้ง
สัญญาเซ้งต้องทำเป็นหนังสือไหม
ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและมีพยานเสมอ โดยเฉพาะดีลที่มีมูลค่าสูง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดข้อพิพาท
ผู้รับเซ้งต้องรับผิดชอบหนี้เก่าของร้านไหม
ไม่ควร ให้ระบุในสัญญาชัดเจนว่าหนี้สินก่อนวันส่งมอบเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของเดิม และตรวจสอบหนี้ค้างก่อนรับเซ้ง
เลือกชมประกาศเซ้งกิจการทั่วไทย หรือลงประกาศเซ้งกิจการของคุณฟรีบน เซ้งแมทช์